ข้อมูลทั่วไปของจังหวัดยะลา

0

อำเภอ

0

ตำบล

0

หมู่บ้าน
ข้อมูล ณ ม.ค. พ.ศ. 2568

0

ประชากร

4,521

พื้นที่ตารางกิโลเมตร

2.8

ล้านไร่

6.4%

ของพื้นที่ภาคใต้

ที่ตั้ง

จังหวัดยะลา เป็นจังหวัดที่อยู่ใต้สุดของประเทศไทย อยู่ระหว่างเส้นรุ้งที่ 5 - 7 องศาเหนือ และเส้นแวงที่ 100 - 102 องศาตะวันออก อยู่ห่างจากกรุงเทพมหานครตามทางรถไฟสายใต้ 1,039 กิโลเมตร และตามถนนเพชรเกษมสายเก่า 1,395 กิโลเมตร หรือสายใหม่ 1,084 กิโลเมตร มีพื้นที่ประมาณ 4,521 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 2.8 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 6.4 ของพื้นที่ภาคใต้ มีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดใกล้เคียง คือ

  • ทิศเหนือ ติดต่อกับ จังหวัดสงขลา และปัตตานี
  • ทิศใต้ ติดต่อกับ รัฐเปรัค ประเทศมาเลเซีย
  • ทิศตะวันออก ติดต่อกับ จังหวัดนราธิวาส และรัฐเปรัค ประเทศมาเลเซีย
  • ทิศตะวันตก ติดต่อกับ จังหวัดสงขลา และรัฐเคดาห์ ประเทศมาเลเซีย

เขตการปกครอง

จังหวัดยะลาแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 8 อำเภอ 58 ตำบล 381 หมู่บ้าน สำหรับการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น ประกอบด้วย องค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 แห่ง เทศบาลนคร 1 แห่ง เทศบาลเมือง 2 แห่ง เทศบาลตำบล 13 แห่ง และองค์การบริหารส่วนตำบล 47 แห่ง

ลักษณะภูมิประเทศ

ภูมิประเทศโดยทั่วไปของจังหวัดยะลา มีลักษณะเป็นภูเขา เนินเขาและหุบเขา ตั้งแต่ตอนกลาง จนถึงใต้สุดของจังหวัด มีที่ราบบางส่วนทางตอนเหนือของจังหวัด ได้แก่ บริเวณที่ราบแม่น้ำปัตตานี และแม่น้ำสายบุรีไหลผ่าน อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลปานกลางถึงสูงมาก โดยเฉลี่ยระหว่าง 100 - 200 เมตร พื้นที่ส่วนใหญ่ปกคลุมด้วยป่าดงดิบ และสวนยางพารา มีเทือกเขาที่สำคัญอยู่ 2 เทือกเขา คือ เทือกเขาสันกาลาคีรี เริ่มจากอำเภอเบตง เป็นแนวยาวกั้นพรมแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศมาเลเซีย และเทือกเขาปิโล ซึ่งเป็นเทือกเขาอยู่ภายในจังหวัดในเขตตำบลบุดี ตำบลบันนังสาเรง ของอำเภอเมืองยะลา อำเภอกรงปินัง และอำเภอรามัน

ลักษณะภูมิอากาศ

จังหวัดยะลา ตั้งอยู่ในเขตมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือและลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ทำให้มีสภาพอากาศแบบร้อนชื้น มี 2 ฤดู คือ ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ - พฤษภาคม และฤดูฝนเริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม - กุมภาพันธ์ อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ยประมาณ 28.20 องศาเซลเซียส และสูงสุดเฉลี่ย 34.50 องศาเซลเซียส ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 1,712.1 มิลลิเมตรต่อปี มีฝนตกเฉลี่ย 148 วันต่อปี เดือนตุลาคม - พฤศจิกายน มีฝนตกชุกที่สุด

ตราสัญลักษณ์ประจำจังหวัด

ตราสัญลักษณ์จังหวัดยะลา
รูปการทำเหมืองแร่
ความหมาย

พื้นที่ของจังหวัดยะลาอุดมสมบูรณ์ด้วยแร่ดีบุกและอาชีพของประชาชนในอดีต คือ การทำเหมืองแร่ดีบุก

ธงประจำจังหวัดยะลา

ธงประจำจังหวัดยะลา

คำขวัญประจำจังหวัด

"ใต้สุดสยาม เมืองงามชายแดน"

คำขวัญประจำอำเภอ

อำเภอเมือง

วัดถ้ำสวย รวยไม้ยางพารา ล้ำค่าหินอ่อน กระท้อนรสดี

อำเภอธารโต

ธารโตเมืองดาหลา เงาะป่าซาไก ทะเลใหญ่ในหุบเขา ถ้ำยาวธารน้ำลอด

อำเภอบันนังสตา

ถิ่นนามะปราง บางลางอุทยาน อนุสรณ์สะพานโบราณ คู่บ้านกล้วยหิน

อำเภอยะหา

โรงพยาบาลเจ้าฟ้า ศาลาดูจันทร์ นานาพันธุ์ผลไม้ หลากหลายวัฒนธรรม สรรพนามเมืองขี้เหล็ก

อำเภอรามัน

ช้างเผือกคู่บารมี สับปะรดดีเกะรอ ตะโละหะลอกริชงาม ลือนามปลามังกร อนุสรณ์เมืองเก่า

อำเภอเบตง

เมืองในหมอก ดอกไม้งาม ใต้สุดสยาม เมืองงามชายแดน

อำเภอกรงปินัง

ตำนานเมืองหมาก มากมีผลไม้ ธรรมชาติสดใส ใจคนงดงาม

อำเภอกาบัง

แหล่งต้นน้ำใหญ่ ชื่นใจธรรมชาติ ไม้กวาดดอกหญ้า จำปาดะพันธุ์ดี

แผนที่จังหวัดยะลา

ต้นไม้ประจำจังหวัดยะลา

อโศก

ชื่อวิทยาศาสตร์

Saraca thaipingensis cantley ex Prain

ชื่อสามัญ

อโศก

ชื่อวงศ์

CAESALPINIACEAE

ชื่อพื้นเมือง

ศรียะลา, โสกเหลือง, อโศกเหลือง, อโศกใหญ่

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

ไม้ต้น สูง 10 เมตร ใบประกอบแบบขนนก ใบย่อย 4-8 คู่ รูปไข่ถึงขอบขนาน กว้าง 3-9 ซม. ยาว 7-30 ซม. ใบอ่อนห้อยลงสีแกมม่วง ดอกสีเหลืองสดออกเป็นช่อ ขนาด 15-35 ซม. ผลสีม่วงอมแดงเป็นฝักแบน กว้าง 3.5-8 ซม. ยาว 15-40 ซม.

นิเวศวิทยา

ถิ่นกำเนิด เมียนม่าห์-อินโดนีเซีย พบตามป่าดงดิบใกล้ริมน้ำภาคใต้ ปลูกประดับทั่วไป ออกดอกช่วง ม.ค.-เม.ย.

ประโยชน์

ดอกสวยงาม ปลูกเป็นไม้ประดับได้ดี

แหล่งอ้างอิง

หนังสือพรรณไม้สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เล่ม 7

ดอกไม้ประจำจังหวัดยะลา

พิกุล

ชื่อวิทยาศาสตร์

Mimusops elengi Linn.

ชื่อสามัญ

พิกุล

ชื่อวงศ์

Sapotaceae

ชื่อพื้นเมือง

กุน, แก้ว, ซางดง, พิกุลเขา, พิกุลเถื่อน, พิกุลป่า, ตันหยง, มะเมา

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

ไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงใหญ่ สูง 10-25 เมตร ไม่ผลัดใบ เรือนยอดทรงกลม ใบดกหนาแน่น เปลือกสีน้ำตาลอมเทา มีน้ำยางสีขาว ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปไข่หรือรี กว้าง 2-6.5 ซม. ยาว 5-15 ซม. ดอกออกเดี่ยวหรือกระจุก 2-6 ดอก มีกลิ่นหอม กลีบดอก 8 กลีบ สีขาวนวล มีส่วนยื่นออกด้านหลัง ทำให้ดูเหมือนมี 24 กลีบ ผลรูปไข่ สีเขียวถึงเหลือง-ส้ม รับประทานได้ ออกดอกติดผลตลอดปี

นิเวศวิทยา

ถิ่นกำเนิด อินเดีย พม่า พบตามป่าดินชื้นในประเทศอากาศร้อนชื้น เช่น ป่าดิบภาคใต้ ภาคตะวันออก นิยมปลูกเป็นไม้ประดับตามวัดวาอาราม และสวนทั่วทุกภาคของประเทศไทย

ประโยชน์ทางยา

ต้นพิกุลเป็นสมุนไพรที่มีประโยชน์ทางยาหลากหลาย โดยทุกส่วนของต้นสามารถนำมาใช้รักษาโรคได้ ตามตำรายาไทย ดอกพิกุล มีกลิ่นหอมเย็น ใช้แต่งกลิ่นเครื่องสำอาง เข้ายาหอม ยานัตถุ์ แก้ลม แก้ไข้ บำรุงหัวใจ แก้ปวดหัว แก้เจ็บคอ แก้ร้อนใน ฝาดสมาน แก้ท้องเสีย บำรุงโลหิต แก้ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ดอกพิกุลตามสรรพคุณยาไทย จัดเข้าเครื่องยาพิกัดเกสรทั้ง 5 หรือใช้ผสมกับดอกไม้อื่นที่มีกลิ่นหอมเพื่อทำบุหงา ผลดิบและเปลือก ฝาดสมาน แก้ไข้ แก้ท้องเสีย เปลือกต้น รสฝาด ใช้ปรุงเป็นยาแก้เหงือกอักเสบ ใบ รสเบื่อฝาด แก้กามโรค แก้หืด ฆ่าพยาธิ เมล็ด ช่วยขับปัสสาวะ รักษาท้องผูก ราก มีรสขมเฝื่อน เข้ายาบำรุงโลหิต แก้เสมหะ แก้ลม แก่น มีรสขมเฝื่อน เข้ายาบำรุงโลหิต ยาแก้ไข้ ขอนดอก เป็นเครื่องยาไทย อาจได้จากต้นพิกุลหรือตะแบกต้นแก่ๆ มีเชื้อราเจริญเข้าไปในเนื้อไม้ แต่โบราณว่าขอนดอกที่ได้จากต้นพิกุลจะมีคุณภาพดีกว่า ขอนดอกมีกลิ่นหอม รสจืด มีสรรพคุณบำรุงตับ ปอด และหัวใจ บำรุงทารกในครรภ์ (ครรภรักษา) ทำให้หัวใจชุ่มชื่น ตามตำรายาพื้นบ้านอีสาน ใบ ฆ่าเชื้อกามโรค เปลือก รักษาโรคฟัน กระพี้ แก้เกลื้อน แก่น เป็นยาบำรุงโลหิต รากและดอก ปรุงเป็นยาแก้ลม ขับเสมหะที่เกิดจากลม

แหล่งอ้างอิง

Phargarden.com ฐานข้อมูลสมุนไพร คณะเกสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

เพลงประจำจังหวัดยะลา

ยะลา

คำร้อง-ทำนอง

พินิจ จันทรักษ์

ดนตรี

ปราจีน ทรงเผ่า

ขับร้อง

ผุสดี เอื้อเฟื้อ

เนื้อเพลง
งามโอ้ยะลา จิตใจใฝ่หายะลาเมืองแก้ว
งามผังเมืองงาม สวยงามเพริศแพร้ว สมเป็นเมืองแก้วอาจิณ
งามโอ้นิบง จิตใจลุ่มหลงนิบงงามสิ้น
งามสาวนิบง ขอจงได้ยิน ทุกนางงามสิ้นตึงใน
บาโกยเหมือนสวรรค์ หลักเมืองนั้นงามกระไร
วัดถ้ำเพลินใจ และยังอาลัยเขื่อนบางลาง
งามโอ้ยะลา ประเสริฐนักหนาประชาสรรค์สร้าง
งามทั้งน้ำใจ รักไม่จืดจาง เหลือเกินกล่าวอ้างคำชม