ประชุมโครงการศึกษาทบทวนการแบ่งพื้นที่ลุ่มน้ำฯ

19 ก.ค. 2561 | 791 ครั้ง

ภาพปกข่าว
วันนี้ (19 ก.ค. 61) ที่ห้องประชุมโรงแรมยะลารามา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ จัดประชุมโครงการศึกษาทบทวนการแบ่งพื้นที่ลุ่มน้ำที่เหมาะสมสำหรับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและผลกระทบจากการแบ่งพื้นที่ลุมน้ำในพื้นที่ยะลา โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ยะลา ตลอดจนนักวิชาการเข้าร่วม จำนวนกว่า 200 คน โดยมีนายภิรมย์ นิลทยา รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เป็นประธานในพิธีเปิด ซึ่งทางสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ได้ว่าจ้างมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นสถาบันที่ปรึกษาโครงการทบทวนการแบ่งพื้นที่ลุ่มน้ำที่เหมาะสมสำหรับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและผลกระทบจากการแบ่งพื้นที่ลุ่มน้ำ ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวเพื่อศึกษาการแบ่งลุ่มน้ำประธานให้เหมาะสมกับการบริหารจัดการน้ำแบบองค์รวม โดยเน้นการมีส่วนร่วมขององค์กรในท้องถิ่น ศึกษาถึงผลกระทบต่อการกำหนดลุ่มน้ำในเชิงบริหารจัดการน้ำ กฏหมายการปกครอง และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง วิเคราะห์ แบ่งขอบเขตของลุ่มน้ำย่อยให้เหมาะสมกับการนำมาใช้ ในการสนับสนุนงานด้านการบริหารจัดการน้ำทั้งในกรณีภาวะน้ำท่วม การขาดแคลนน้ำ เพื่อจัดทำแผนที่ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ของขอบเขตลุ่มหลัก ลุ่มน้ำย่อย และลุ่มน้ำสาขาย่อยที่มีความละเอียดถูกต้องบนแผน ที่มาตรส่วน 1:4000 เพื่อจัดทำระบบฐานข้อมูลแผนที่เพื่อการสนับสนุนการบริหารจัดการน้ำบนโปรแกรม Google Earth ที่สามารถเรียกใช้งานได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว ตลอดจนเพื่อศึกษาและกำหนดลักษณะรายละเอียดการใช้น้ำ หลักเกณฑ์ วิธีการแบ่งประเภทการใช้น้ำแต่ละประเภทตามร่างพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ และได้กำหนดให้มีการประชุมสัมนาเพื่อรับฟังความคิดเห็น จำนวน 2 ครั้ง สำหรับการประชุมสัมนาโครงการ ครั้งที่ 1 นี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอแนวทางการกำหนดลุ่มน้ำหลักตามการบริหารจัดการน้ำ แนวทางการแบ่งกลุ่ม ผู้ใช้น้ำ และการรับฟังความคิดเห็นต่อแนวทางดังกล่าวข้างต้น นายภิรมย์ นิลทยา รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา กล่าวว่า ในอดีตที่ผ่านมา กรมทรัพยากรน้ำ ได้จัดทำมาตรฐานการแบ่งลุ่มน้ำหลักและลุ่มน้ำสาขาของประเทศ โดยมีการแบ่งพื้นที่ของประเทศไทยแบ่งออกเป็น 25 ลุ่มน้ำหลัก และมีการแบ่งย่อยออกเป็น 254 ลุ่มน้ำสาขา แต่อย่างไรก็ตามในการแบ่งลุ่มน้ำสาขาต่าง ๆ ยังคงมีบางส่วนที่ยังเป็นประเด็น ที่ทำให้ไม่สามารถใช้ในการวิเคราะห์ด้านการบริหารจัดการแหล่งน้ำได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เนื่องจากลุ่มน้ำหลักทั้ง 25 ลุ่มน้ำ หลายลุ่มน้ำมีขนาดเล็ก บางลุ่มน้ำมีความสัมพันธ์เชิงอุทกวิทยาและการบริหารจัดการน้ำที่คาบเกี่ยวกับลุ่มน้ำหลักอื่น ๆ ทำให้มีจำนวนลุ่มน้ำหลักมาก และไม่สามารถที่จะบริหารจัดการน้ำได้อย่างเป็นเอกเทศ ตัวอย่างเช่น ลุ่มน้ำแม่น้ำปราจีน-ลุ่มน้ำ ส่วนที่ 1 ติดกับลุ่มน้ำแม่น้ำตาปี ส่วนที่ 2 อยู่ระหว่างลุ่มน้ำตาปีและลุ่มทะเลสาบสงขลา ส่วนที่ 3 และ 4 ติดกับลุ่มแม่น้ำปัตตานี ซึ่งทั้ง 4 ส่วน มีลักษณะเชิงอุทกวิทยาที่แตกต่างกัน เนื่องจากร่องมรสุมขิงประเทศไทยจะค่อย ๆ เคลื่อนตัวจากทิศเหนือลงทิศใต้ ทำให้สภาพของน้ำฝนและน้ำท่าแตกต่างกันเป็นต้น
แหล่งที่มา: สวท.ยะลา