จังหวัดยะลา ร่วมประชุม บกปภ.ช. ติดตามสถานการณ์อุทกภัย ขณะที่ กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนภัย "ฝนตกหนักถึงหนักมาก" 9–13 ตุลาคม นี้

8 ต.ค. 2569 | 4 ครั้ง

ภาพปกข่าว
วันที่ 8 ต.ค.69 เวลา 08.30 น. ที่ห้องประชุมพิกุล อาคาร 3 ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดยะลา นายอำนาจ ชูทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา พร้อมด้วย นายมูฮัมมัด ศานติภิมุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา นายวีรวัฒน์ ศิริกุลพิพัฒน์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดยะลา ส่วนราชการ และหน่วยงานบริหารจังหวัดการน้ำในพื้นที่จังหวัดยะลา ร่วมประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมผ่านระบบ Video Conference System ทั้งนี้ในที่ประชุม ได้มีการติดตามสถานการณ์ประเด็นสำคัญ การบริหารสาธารณภัย ของ กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) ปริมาณน้ำฝน น้ำท่า น้ำในเขื่อน และทะเลหนุน การคาดหมายลักษณะอากาศ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย มีกรมอุตุนิยมวิทยา และกรมชลประทาน ร่วมรายงานภาพรวมสถานการณ์น้ำ แนวโน้มสภาพอากาศ ผลกระทบ และแผนการบริหารจัดการน้ำในภาพรวม สำหรับในพื้นที่จังหวัดยะลา จากกรณีเกิดฝนตกหนักถึงหนักมาก เมื่อช่วงเย็นวันที่ 7 ต.ค.2569 ที่ผ่านมา พบปริมาณฝนสูงสุด 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา อยู่ที่ 112 มิลลิเมตร ทางจังหวัดยะลาได้มีมาตรการ ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินการแจ้งเตือนพี่น้องประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำ อย่างรวดเร็ว ให้เตรียมความพร้อมรับมือการเกิดน้ำท่วมขังอย่างฉับพลัน รอการระบาย พร้อมทั้งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินการสำรวจท่อระบายน้ำ เพื่อให้การระบายน้ำเป็นไปอย่างร็วดเร็ว ลดปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชน ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศแจ้งเตือน ในช่วงวันที่ 9 - 13 ต.ค. 69 บริเวณประเทศไทยจะมีสภาพอากาศแปรปรวน โดยมีลักษณะของฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง 9-11 ตุลาคม 2569 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคใต้ มีปริมาณฝนตกหนักถึงหนักมาก และในวันที่ 12-13 ตุลาคม 2569 พื้นที่ภาคใต้ มีปริมาณฝนตกหนักถึงหนักมาก ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำซึ่งอาจเกิดน้ำท่วมขังได้ รวมทั้งควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง ทั้งนี้ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ในช่วงท้ายการประชุม นายกรัฐมนตรีได้มีข้อสั่งการให้ทุกหน่วยงานและทุกจังหวัด ดำเนินการ 8 ประเด็นสำคัญ ดังนี้ 1) ด้านสาธารณสุข กำชับกระทรวงสาธารณสุขให้เตรียมการดูแลสุขภาพของประชาชนอย่างเต็มที่ เพื่อรับมือกับปัญหาสุขภาพและการติดเชื้อที่มักเกิดขึ้นในช่วงน้ำลด 2) การจัดการซากสัตว์ ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการกำจัดซากสัตว์ให้ถูกต้องตามหลักสุขาภิบาลและหลักวิชาการ 3) การควบคุมโรคระบาดและสิ่งแวดล้อม กำหนดแนวทางเพื่อป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและไม่ให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชนเพิ่มเติม 4) การรับมือฝนตกหนักเฉียบพลัน ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดติดตามประเมินสถานการณ์ฝนตกหนักใน 3-6 ชั่วโมงข้างหน้าอย่างใกล้ชิด และกำชับชุดปฏิบัติการให้พร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนทันที 5) การจัดการสิ่งกีดขวางทางน้ำ เร่งรัดสำรวจและแก้ไขปัญหาหรือสิ่งกีดขวางทางน้ำ เพื่อให้ระบบสามารถระบายน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ 6) การเตรียมรับมือในพื้นที่ภาคใต้ ให้แต่ละจังหวัดประเมินพื้นที่เสี่ยง ปรับปรุงระบบระบายน้ำ เตรียมทรัพยากร และบูรณาการความร่วมมือระหว่างพื้นที่เพื่อไม่ให้การทำงานซ้ำซ้อน 7) การอพยพและจัดตั้งศูนย์เตรียมความพร้อม เตรียมแผนอพยพ แจ้งเตือนประชาชน ประชาสัมพันธ์ช่องทางแจ้งเหตุฉุกเฉิน รายงานผลต่อส่วนกลาง และจัดตั้งศูนย์เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ภัยพิบัติเพื่อให้การทำงานมีเอกภาพ และ 8.) การเร่งรัดจ่ายเงินเยียวยา ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดและ กทม. ต้องจัดตั้งทีมเฉพาะกิจเร่งสำรวจครัวเรือน และทยอยส่งรายชื่อผู้ประสบภัยให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เพื่อโอนเงินเยียวยาทันทีโดยไม่ต้องรอให้น้ำลดทั้งหมด ภาพ/ข่าว สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา
แหล่งที่มา: สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา