รองผู้ว่าฯยะลา เปิดกิจกรรมอนุรักษ์ ฟื้นฟู และป้องกันการทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ภายใต้ชื่อ “Save Our River and Sea: เก็บขยะแม่น้ำ เพื่อคืนชีวิตให้ทะเลและคืนความใสให้แม่น้ำ

21 ก.ค. 2569 | 4 ครั้ง

ภาพปกข่าว
วันนี้ 20 ก.ค.69 เวลา 11.00 น. นายวีรพัฒน์ บุณฑริก รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เป็นประธานเปิดกิจกรรมอนุรักษ์ ฟื้นฟู และป้องกันการทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ภายใต้ชื่อ “Save Our River and Sea: เก็บขยะแม่น้ำ เพื่อคืนชีวิตให้ทะเลและคืนความใสให้แม่น้ำ” พร้อมทั้งปลูกต้นไม้ ประกอบด้วย ต้นตะเคียนทอง , หลุมพอ , กันเกรา , พะยอม และลิ้นฟ้า จัดโดยสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา และเทศบาลตำบลบาลอ เพื่อสร้างจิตสำนึกในการดูแลทรัพยากรน้ำและฟื้นฟูระบบนิเวศอย่างยั่งยืน โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำชุมชน ผู้นำศาสนา ภาคีเครือข่าย ทสม. จังหวัดยะลา ตำรวจ ทหาร และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกว่า 100 คน ณ ชุมชนมัสยิดกลางบาลอ และบริเวณสะพานข้ามแม่น้ำสายบุรี (บาลอ-สาวอ) ต.บาลอ อ.รามัน จ.ยะลา นายวีระพันธุ์ ทองมาก ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดยะลา กล่าวว่า กิจกรรมนี้มุ่งเน้นการเฝ้าระวังและฟื้นฟูคุณภาพน้ำในแม่น้ำสายบุรี ซึ่งเป็นลำน้ำสายหลักที่หล่อเลี้ยงวิถีชีวิตประชาชนในพื้นที่ จ.นราธิวาส ยะลา และปัตตานี นอกจากนี้ยังมีการปลูกต้นไม้พันธุ์พื้นเมือง อาทิ ตะเคียนทอง พะยอม หลุมพอ กันเกรา และลิ้นฟ้า รวม 200 ต้น ตามแนวพระราชดำริ “ปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง” เพื่อฟื้นฟูพื้นที่ป่าควบคู่ไปกับการสร้างความมั่นคงทางอาหารและเศรษฐกิจชุมชน นายวีรพัฒน์ บุณฑริก รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ได้เน้นย้ำถึงวิกฤตการณ์ขยะในแหล่งน้ำว่า “แม่น้ำสายบุรีเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่สำคัญ แต่ปัจจุบันกำลังเผชิญปัญหาขยะพลาสติกที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและห่วงโซ่อาหาร การเริ่มต้นดูแลรักษาความสะอาดจาก ‘ต้นน้ำ’ เป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยลดปริมาณขยะที่จะไหลลงสู่ทะเล ช่วยป้องกันปัญหาไมโครพลาสติก และรักษาคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว”กิจกรรมนี้ไม่เพียงแต่เป็นการจัดเก็บขยะและฟื้นฟูสภาพแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกให้ทุกภาคส่วนเห็นความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งเป็นภารกิจร่วมกันของทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อส่งต่อทรัพยากรที่สมบูรณ์ให้แก่คนรุ่นต่อไปอย่างเป็นรูปธรรม
แหล่งที่มา: สำนักงานประชาสัมพันธ์