สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดยะลา ดึงผู้ถูกคุมความประพฤติชายแดนใต้ เรียนรู้การอยู่ร่วมกันในสังคม ใช้หลักศาสนา ขัดเกลาจิตใจ ลดการกระทำผิดซ้ำ ไม่หวนกลับไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด พร้อมคืนคนดีสู่สังคม
วันนี้ 17 มิ.ย.69 เวลา 10.30 น. สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดยะลา จัดโครงการค่ายแก้ไขฟื้นฟูผู้ถูกคุมความประพฤติชายแดนใต้ มุ่งพัฒนาพฤติกรรม ลดการกระทำผิดซ้ำ และส่งเสริมการคืนคนดีสู่สังคม ระหว่างวันที่ 16–18 มิถุนายน 2569 เพื่อให้ผู้ถูกคุมความประพฤติได้รับการแก้ไขฟื้นฟู โดยการนำเอาหลักศาสนา และวิถีชุมชนมาปรับทัศนคติ รวมทั้งเสริมสร้างทักษะการอยู่ร่วมกันในชุมชน และเพื่อให้ผู้ถูกคุมความประพฤติไม่หวนกลับไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดและก่อให้เกิดความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยการใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข ไม่หวนกลับไปกระทำผิดซ้ำ โดยมีนายก้องสกุล จันทราช ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ประธานเปิดโครงการ พร้อมพบปะสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ที่เข้าร่วมโครงการฯ โดยมีนางสาวจีรวรรณ เภาไฟ ผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดยะลา หัวหน้าส่วนราชการ อาสาสมัครคุมประพฤติ ภาคีเครือข่าย และผู้เข้าร่วมโครงการกว่า 64 คน เข้าร่วม ณ ห้องวังแก้ว โรงแรมยะลาแกรนด์พาเลซ อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา
นายก้องสกุล จันทราช ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เปิดเผยว่า สำหรับพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังมีผู้เข้าสู่กระบวนการคุมประพฤติเป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่เป็นคดียาเสพติด จึงมีความจำเป็นต้องดำเนินการแก้ไขฟื้นฟู ติดตาม ดูแล และช่วยเหลือผู้ถูกคุมความประพฤติอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ โดยอาศัยหลักศาสนาและวิถีชุมชนเป็นแนวทางในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและเสริมสร้างการอยู่ร่วมกันในสังคม ลดโอกาสการกระทำผิดซ้ำ ป้องกันการเข้าไปเกี่ยวข้องกับปัญหายาเสพติดซ้ำและส่งเสริมให้สามารถกลับคืนสู่สังคมได้อย่างปกติสุขและยั่งยืน สิ่งสำคัญ คือสถาบันครอบครัว หน่วยย่อยที่เล็กที่สุดของสังคม ทำหน้าที่เป็นเบ้าหลอมคุณค่าชีวิต จุดเริ่มต้นของการขัดเกลาทางสังคม และเป็นรากฐานความอบอุ่นที่พร้อมจะเติมเต็ม ให้ผู้ถูกคุมความประพฤติ ได้กลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติในสังคมอย่างมีความสุข
สำหรับโครงการนี้เป็นหลักสูตรระยะสั้น 3 วัน ระหว่างวันที่ 16–18 โดยผู้เข้าร่วมจะได้รับการพัฒนาความรู้และทักษะที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิต ทั้งด้านการเสริมสร้างทักษะชีวิต การปฏิเสธสิ่งยั่วยุและยาเสพติด การจัดการอารมณ์และความเครียด ตลอดจนการดำเนินชีวิตตามหลักศาสนา เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางความคิดและส่งเสริมการใช้ชีวิตอย่างสร้างสรรค์ในสังคม
แหล่งที่มา: สำนักงานประชาสัมพันธ์