มหาทานแห่งศรัทธาไร้พรมแดน! "กรุบานสองแผ่นดิน" สะพัด 45 ล้าน ชุบชีวิตผู้ยากไร้ชายแดนใต้ สู่สะพานเชื่อมสันติสุข

28 พ.ค. 2569 | 3 ครั้ง

ภาพปกข่าว
ท่ามกลางเสียงสรรเสริญพระผู้เป็นเจ้า "อัลลอฮูอักบาร์" ที่ดังกึกก้องไปทั่วสารทิศ ในช่วงเวลาแห่งความบารอกัต (ความเป็นสิริมงคล) ของเทศกาลฮารีรายออีดิ้ลอัฎฮา ประจำปีฮิจเราะห์ศักราช 1447 (ซึ่งจุฬาราชมนตรีได้ประกาศให้ตรงกับวันที่ 28 พฤษภาคม 2569) ภาพความร่วมมือและการแบ่งปันครั้งยิ่งใหญ่ได้เกิดขึ้นในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ สะท้อนถึงแก่นแท้ของศาสนาอิสลามที่ไม่เคยทอดทิ้งกัน ในปีนี้ บรรยากาศการเฉลิมฉลองยาวนาน 4 วัน (28–31 พ.ค. 2569) เต็มไปด้วยความคึกคักและอบอุ่น พี่น้องมุสลิมทั่วประเทศรวมถึงประเทศเพื่อนบ้านต่างร่วมใจกันประกอบพิธีละหมาดซูนัตรายอ เยี่ยมเยียนเครือญาติเพื่อกระชับความสัมพันธ์ และทำพิธี "กรุบาน" หรือการเชือดสัตว์พลีกรรมเพื่อแจกจ่ายทานแก่ผู้ด้อยโอกาส ซึ่งสอดรับกับห้วงเวลาเดียวกับที่ผู้แสวงบุญทั่วโลกกำลังประกอบพิธีฮัจย์ ณ ทุ่งมีนา นครมักกะฮ์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย ข้อมูลระบุว่า เฉพาะในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีการเชือดวัวกรุบานรวมกันกว่า 20,000 ตัว ส่งผลให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจฐานรากสะพัดกว่า 45 ล้านบาท กระตุ้นทั้งภาคปศุสัตว์และการค้าขายในพื้นที่ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง [] สะพานบุญข้ามแดน คณะศรัทธามาเลเซีย บุกพื้นที่ห่างไกล มอบเนื้อวัว 10 ตัว [] ไฮไลท์สำคัญของปีนี้คือ ภาพความผูกพันอันแน่นแฟ้นระหว่างไทยและมาเลเซีย เมื่อคณะสัปบุรุษจากสุเหร่า SURAU RAUDOH AL JABAR TAMAN PERKASA, HULU LANGAT ประเทศมาเลเซีย นำโดย HJ.MD ROSID BIN IBRAHIM (PENGERUSI) ได้นำทีมงานผู้เสียสละกว่า 20 ชีวิต เดินทางข้ามประเทศภายใต้โครงการ “การเดินทางแห่งการเสียสละพลีทานกรรมในวันรายออีดิ้ลอัฎฮา มอบความช่วยเหลือแก่ผู้ยากไร้” ซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 คณะแสวงบุญแดนมาเลย์ได้นำวัวจำนวน 10 ตัว มาทำพิธีกรุบานและบริจาคทานให้แก่พี่น้องมุสลิมในพื้นที่ห่างไกล ณ อำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส และตำบลพร่อน อำเภอเมือง จังหวัดยะลา เพื่อส่งต่อความสุขและเติมเต็มรอยยิ้มให้กับผู้ที่ขาดแคลน "การกรุบานคือ 'อามาล' (พิธีกรรม) อันยิ่งใหญ่สำหรับมุสลิมที่มีความสามารถ (ผู้มีอันจะกิน) ซึ่งท่านศาสดามูฮัมหมัด (ซ.ล.) ได้ปฏิบัติเป็นแบบอย่างทุกปีตลอดพระชนม์ชีพ ด้วยศรัทธาที่ว่า ผลบุญในวันข้างหน้า พระผู้เป็นเจ้าจะทรงตอบแทนด้วยการให้สัตว์ที่ถูกกรุบานนี้ เป็นพาหนะนำพาดวงวิญญาณเดินทางข้ามผ่านเส้นทางอันยาวไกล ในวันรวมพล ณ โลกอาคีเราะฮ์ (โลกหน้า) ก่อนการพิจารณาบาปบุญคุณโทษ" คือคำกล่าวตอกย้ำถึงคุณค่าทางจิตใจที่ทำให้คณะทำงานจากมาเลเซียพร้อมใจกันประกาศว่า “จะเดินหน้าทำกิจกรรมนี้ต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้รับความโปรดปรานจากพระองค์อัลลอฮ์” [] น้ำตาแห่งความตื้นตัน: "จากที่ไม่เคยมีเก็บ... สู่เนื้อกินประทังชีพนับเดือน" [] ด้านชาวบ้านผู้ยากไร้ในพื้นที่บ้านพร่อน จังหวัดยะลา ต่างแสดงความตื้นตันใจจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ โดยตัวแทนชาวบ้านเปิดใจว่า "ทุกปีที่ผ่านมา ด้วยสภาพเศรษฐกิจที่ฝืดเคือง ชาวบ้านในหมู่บ้านน้อยคนนักที่จะมีกำลังทำกรุบาน การแจกจ่ายเนื้อวัวจึงไม่เคยทั่วถึง เต็มที่ก็ได้แค่ไปร่วมกินแกงที่เขาเชิญ แต่อยากจะมีเนื้อเก็บไว้ทำอาหารกินในมื้ออื่นๆ นั้นไม่มีเลย แต่พอมีกิจกรรมของคณะจากมาเลเซียเข้ามาในครั้งนี้ ทำให้พวกเรามีเนื้อวัวไว้กินอิ่มท้องยาวนานเป็นเดือน ไม่มีสิ่งใดจะตอบแทนความเมตตานี้ได้ นอกจากดุอาอ์ (ขอพร) ให้พระองค์ตอบแทนบุญกุศลอันยิ่งใหญ่แก่น้ำใจของพวกเขาทุกคน" [] ฝ่ายบริหารยะลาร่วมขับเคลื่อน: ชี้ "แบ่งปันคนละนิด" คือกุญแจสร้างสันติภาพ [] ความงดงามของภาพประวัติศาสตร์นี้ยังได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ โดย นายมูฮัมมัด ศานติภิมุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ได้ลงพื้นที่บ้านพร่อน ต.พร่อน อ.เมืองยะลา เพื่อให้การต้อนรับคณะสัปบุรุษจากมาเลเซียอย่างอบอุ่น พร้อมทั้งร่วม "จับมือเชือดวัวกรุบาน" ร่วมกับคณะทำงานและชาวบ้าน ท่ามกลางเสียงกล่าวสรรเสริญความยิ่งใหญ่ของพระผู้เป็นเจ้าดังกึกก้อง 3 ครั้งก่อนทำการเชือด นายมูฮัมมัด ศานติภิมุข กล่าวถ้อยคำอันกินใจระบุว่า "ขอขอบคุณความเมตตาจากองค์อัลลอฮ์ ที่ทรงเปิดตาเปิดใจให้คณะผู้ใจบุญจากมาเลเซียเดินทางมาทำกรุบานในพื้นที่ของเรา พร้อมทั้งมอบคัมภีร์อัลกุรอานและทุนสนับสนุนกิจกรรมทางศาสนา ซึ่งนี่คือความสุขที่แท้จริงของชาวบ้าน สิ่งดีๆ เหล่านี้เกิดขึ้นได้เพราะ 'ริสกี' (สิ่งประทานจากพระเจ้า) และอามาลความดีงามของคนในพื้นที่ตามพระประสงค์ของพระองค์ การกรุบานไม่ใช่เพียงแค่การแจกจ่ายเนื้อสัตว์ แต่คือการทลายกำแพงความเหลื่อมล้ำ เมื่อคนมีแบ่งปันคนละนิด คนรับได้รับความสุข ความรักจะเกิดขึ้นในหัวใจ และเมื่อความรักความเห็นอกเห็นใจแผ่ซ่านไปทั่วชุมชน มันคือรากฐานสำคัญที่จะช่วยถักทอสมานฉันท์และสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนให้เกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนใต้" [] กรุบาน 2 แผ่นดิน ร้อยรอยยิ้ม ผูกพันศรัทธา สู่สันติสุข [] "การกรุบาน 2 แผ่นดิน" ในปีนี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่ภารกิจทางศาสนาตามประเพณี หากแต่คือ "สะพานเชื่อมใจ" ที่ไร้พรมแดนกั้น ข้ามผ่านสายบุรีและพรมแดนรัฐสู่การส่งต่อผลบุญอันยิ่งใหญ่ การเสียสละของคณะจากมาเลเซีย และการต้อนรับด้วยหัวใจของพี่น้องหยาดเหงื่อชาวไทย ไม่เพียงแต่ช่วยเติมเต็มท้องที่หิวโหยของผู้ยากไร้ แต่ยังช่วยเยียวยาจิตใจ สร้างรอยยิ้มแห่งความหวัง และถักทอความผูกพันระหว่างเพื่อนมนุษย์ ซึ่งความรักความสามัคคีอันบริสุทธิ์ภายใต้กรอบแห่งศรัทธานี้เอง ที่จะเป็นพลังขับเคลื่อน (Soft Power) อันทรงพลังที่สุดในการส่งคืน "สันติสุขที่แท้จริง" ให้กลับคืนสู่แผ่นดินขวานทองภาคใต้อย่างยั่งยืนตลอดไป
แหล่งที่มา: สำนักงานประชาสัมพันธ์