ยะลา Kick-off "ไทยช่วยไทย" ส่งรถพุ่มพวงเข้าร่วมโครงการ 40 คัน เข้าถึงเศรษฐกิจฐานราก ครอบคลุม 8 อำเภอ ทั้งจังหวัด ลดค่าครองชีพประชาชน

15 พ.ค. 2569 | 6 ครั้ง

ภาพปกข่าว
วันนี้ 15 พ.ค.69 เวลา 08.00 น. จังหวัดยะลา จัดกิจจกรม Kick-off การจำหน่ายสินค้าไทยช่วยไทย ผ่านเครือข่ายรถพุ่มพวง ณ ที่ว่าการอำเภอเมืองยะลา เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพและกระจายสินค้าอุปโภคบริโภคราคาประหยัดสู่ชุมชน โดยมีนายก้องสกุล จันทราช ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม พร้อมด้วย นายวีรพัฒน์ บุณฑริก รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา นายโอฬาร บิลสัน ปลัดจังหวัดยะลา นายวิมุตติ อำนักมณี นายอำเภอเมืองยะลา นางผุสสดี จ๋ายเจริญ พาณิชย์จังหวัดยะลา นางนางสาวฟารีดา ม่าเหร็ม พัฒนาการจังหวัดยะลา นายวีระ สมศิริ เกษตรจังหวัดยะลา พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ เกษตรจังหวัด และผู้ประกอบการรถเร่ เข้าร่วมกิจกรรมอย่างคึกคัก พร้อมทั้งการประชาสัมพันธ์ ขับรณรงค์รอบๆ ศาลากลางจังหวัดยะลา นายก้องสกุล จันทราช ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เปิดเผยว่า โครงการนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย, กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ และบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ตามนโยบายของรัฐบาล โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่มุ่งเน้นการลดภาระค่าใช้จ่ายและเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินค้าคุณภาพดีในราคาพิเศษให้กับประชาชนทุกพื้นที่ กิจกรรมในวันนี้เป็นการเปิดตัวพร้อมกันทั่วประเทศ โดยใช้จุดเด่นของ "รถพุ่มพวง" หรือตลาดเคลื่อนที่ ซึ่งเข้าถึงประชาชนได้ถึงหน้าบ้านในระดับหมู่บ้านและตำบล เป็นกลไกหลักในการกระจายสินค้า เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในการเข้าถึงทรัพยากรและเกิดประโยชน์ต่อครัวเรือนอย่างสูงสุด สำหรับการดำเนินงานของจังหวัดยะลา การจำหน่ายสินค้าไทยช่วยไทย ผ่านเครือข่ายรถพุ่มพวง มีจำนวน ทั้งสิ้น 40 คน ประกอบด้วย อ.เมือง 11 คัน , อ.เบตง 3 คัน , อ.บันนังสตา 6 คัน , อ.ธารโต 2 คัน , อ.ยะหา 6 คัน , อ.รามัน 6 คัน , อ.กรงปินัง 3 คัน และ อ.กาบัง 3 คัน โดยเริ่มออกปฏิบัติงานจำหน่ายสินค้าตั้งแต่วันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป ครอบคลุมพื้นที่ทุกตำบลในเขตอำเภอเมืองยะลา ด้านผู้ประกอบการรถเร่ที่เข้าร่วมโครงการฯ ต่างดีใจ และขอบคุณรัฐบาลรวมถึงจังหวัดที่เล็งเห็นความสำคัญของอาชีพรถเคลื่อนที่ โดยระบุว่าโครงการนี้ช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิง ซึ่งเป็นการลดต้นทุนให้กับพ่อค้าแม่ค้าโดยตรง ทำให้สามารถจำหน่ายสินค้าในราคาประหยัดให้แก่ประชาชนได้มากขึ้น และเป็นการช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับเศรษฐกิจในชุมชนอีกทางหนึ่ง
แหล่งที่มา: สำนักงานประชาสัมพันธ์