แถลงจัดงานมหกรรมแข่งขันนกเขาชวาเสียงอาเซียน ครั้งที่ 33
วันนี้ (26 ก.พ. 61) ที่ศาลากลางน้ำ สนามโรงพิธีช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดยะลา นายอนุชิต ตระกูลมุทุตา ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา นายพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา นายมุขตาร์ มะทา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา และนายสันติภาพ สะแลแม รองผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนราธิวาส ร่วมแถลงจัดมหกรรมแข่งขันนกเขาชวาสียงอาเซียน ครั้งที่ 33 ระหว่างวันที่ 3-4 มีนาคม 2561 ณ สนามนกเขา สวนขวัญเมือง เทศบาลนครยะลา โดยมีหัวหน้าส่วนราชการและสื่อมวลชนทุกแขนงในพื้นที่เข้าร่วมด้วย
นายพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา เปิดเผยว่า งานมหกรรมแข่งขันนกเขาชวาเสียงอาเซียนเป็นกิจกรรมที่เทศบาลนครยะลา ได้รับความร่วมมือร่วมใจจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนในการจัดงานมาอย่างต่อเนื่องมายาวนานถึง 33 ปี โดยมีผู้นิยมเลี้ยงนกเขาชวาเสียง หรือชาวชวาวงค์จากหลากหลายพื้นที่ ทั้งในประเทศและประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มอาเซียน อาทิ มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย นำนกมาร่วมแข่งขันประมาณ 2,000 นก
นอกจากการแข่งขันนกเขชวาเสียงแล้ว เทศบาลได้จัดกิจกรรมเสริม คือ ในวันที่ 3-4 มีนาคม 2561 จัดการแข่งขันนกกรงหัวจุก ประเภท 4 ยก 9 ดอก รวม (VIP) และประเภท 4 ยก 8 ดอกรวม (ดาวรุ่ง) และการแข่งขันนกบินหลาดง ณ โรงจอดรถโรงเรียนคณะราษฎรบำรุงจังหวัดยะลา และในวันที่ 2-4 มีนาคม2561 จัดกิจกรรมจัดงานเทศกาลอาหารจานเด็ดสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ สนามโรงพิธีช้างเผือก นับเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้บรรจุในปฏิทินท่องเที่ยวของประเทศไทยเผยแพร่ทั่วโลก
ตลอดระยะเวลาที่จัดงานมหกรรมแข่งขันนกเขาชวาเสียงอาเซียน เห็นได้ชัดว่า เป็นการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวให้แก่จังหวัดยะลา โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับนก ตั้งแต่ต้นน้ำ คือ ธุรกิจฟาร์มนกและการเพาะเลี้ยงนก ธุรกิจกลางน้ำ คือ กลุ่มอาชีพทำกรงนก หัวกรงนก ตะขอกรงนก กลุ่มอาชีพตัดเย็บผ้าคลุมกรงนก และอื่นๆ ส่วนธุรกิจปลายน้ำ คือ ร้านน้ำชา ธุรกิจโรงแรม ขนส่ง ร้านอาหาร OTOP สินค้าที่นำมาเป็นของรางวัลทุกประเภท ของที่ระลึก รวมถึงสินค้าที่นำมาวางขายรอบๆ สนามแข่งขัน
จนถึงปัจจุบันเทศบาลนครยะลาได้พัฒนาเป็นเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ภายใต้โครงการ Yala Bird City ด้วยการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อเป็นการต่อยอดธุรกิจเดิม ดังนั้น เมื่อมองภาพรวมถือว่ากิจกรรมนี้ส่งผลให้ทุกฝ่ายได้รับประโยชน์ร่วมกัน ก่อให้เกิดการสร้างงานสร้างรายได้ให้กับประชาชน รวมทั้งเป็นกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่จะช่วยเสริมสร้างความสมานฉันท์ เพราะมีผู้ที่ชื่นชอบนกมาจากต่างเชื้อชาติ ศาสนา แต่สามารถใช้กิจกรรมและความสนใจร่วมกัน เกิดความสัมพันธ์ที่ดีนำไปสู่สังคมที่มีความสันติสุขต่อไป
แหล่งที่มา: สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา